Official website for FILMAX : นิตยสารภาพยนตร์รายเดือนคู่มือคอหนัง
Home l Contact Us l About Us l Follow us on : Facebook Twitter
FILMAX

OKJA มิตรภาพรสโอชา (ที่หาไม่ได้ในโรงภาพยนตร์)

 

กำกับ: บองจุนโฮ เขียนบท: บองจุนโฮ, จอน รอนสัน แสดงนำ: ทิลดา สวินตัน, เจค จิลเลนฮาล, พอล ดาโน, อันซอฮยอน
กำกับภาพ: ดาริอุส คอนด์จิ ลำดับภาพ: ยางจิมโม, ฮันมียอน / 2017 / อเมริกา / สี / 118 นาที

 

            เรียกได้ว่าสร้างทั้งกระแสและปรากฏการณ์ต้อนรับการเฉลิมฉลองเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในวาระครบรอบ 70 ปีในค.ศ.นี้ทีเดียว กับการที่หนังซึ่งอำนวยการสร้างโดยบริษัทให้บริการชมภาพยนตร์ผ่านวิธีสตรีมมิ่งค่ายดังอย่างเน็ตฟลิกซ์จำนวนถึงสองเรื่องคือ Okja ของผู้กำกับ บองจุนโฮ จากเกาหลีใต้ กับ The Meyerowitz Stories (New and Selected) ของผู้กำกับ โนอาห์ บวมบัค จากสหรัฐอเมริกา สามารถฝ่าด่านอรหันต์เอาชนะภาพยนตร์ที่สร้างสำหรับฉายโรงเรื่องอื่น ๆ นับพันเรื่องติดโผเข้าร่วมประกวดชิงรางวัลปาล์มทองคำ ทำให้ทั้งคู่นับเป็นหนังสำหรับเผยแพร่แบบออนไลนส์ องเรื่องแรกที่เข้าร่วมในสายประกวดหลักของเทศกาลภาพยนตร์แห่งนี้ ซึ่งก็ส่งผลให้มีประเด็นพิพาทสร้างความไม่พอใจให้ทางเทศกาลคานส์เอง เมื่อบริษัทเน็ตฟลิกซ์ไมส่ ามารถจัดฉายภาพยนตร์ทั้งสองในโรงที่ประเทศฝรั่งเศสได้ ดว้ ยกฎหมายที่กำหนดว่าต้องรอให้หนังออกจากโรงไปแลว้ สามปีจึงจะมีสิทธ์นำไปเผยแพร่แบบสตรีมมิ่ง ซึ่งก็จะกลายเป็นการทรยศลูกค้าสมาชิกของเน็ตฟลิกซ์เองที่ควรจะได้ดูหนังที่สร้างขึ้นสำหรับพวกเขาโดยเฉพาะ อย่างน้อย ๆ ก็พร้อมกับคนอื่น ๆ เหตุการณ์นี้เองที่กลายเป็นประเด็นคำถามสำคัญของอนาคตของวงการภาพยนตร์ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป และเราควรจะปล่อยให้วัฒนธรรมการดูหนังมันวิวัฒน์ไปตามความไม่อนิจจัง หรือเราควรจะยังต้องพิทักษ์รักษาวัฒนธรรมการดูหนังในโรงด้วยจอใหญ่ให้เป็นมาตรฐานสำคัญแห่งประสบการณ์การชมจริง ๆ

            แต่ใช่ว่ากรณีลักษณะนี้จะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะถ้าลองไล่ย้อนไป หนังที่อำนวยการสร้างโดยค่ายเน็ตฟลิกซ์เป็นเรื่องแรกอย่าง Beasts of No Nation ของผู้กำกับ แครี โจจิ ฟุคุนางะ ซึ่งดัดแปลงจากนิยายของ อูโซดินมา อิเวียลา ก็ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมประกวดในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิสเมื่อปีค.ศ. 2015 แต่ด้วยความที่หนังไม่ค่อยปังแถมยังไม่ได้รางวัลสำคัญ ๆ ใด ๆ มันก็เลยไม่ถึงกับเป็นประเด็นใหญ่โตสักเท่าไหร่ แม้ทางเน็ตฟลิกซ์จะพยายามจัดฉายหนังในโรงแบบจำกัดที่สหรัฐอเมริกาควบคู่ไปกับการให้บริการสตรีมมิ่งออนไลน์แบบพอเป็นพิธี ให้หนังได้มีสิทธิ์ชิงรางวัลภาพยนตร์จากเวทีประจำปีต่าง ๆ กับเขาบ้าง ซึ่งหลังจากนั้นหนังค่ายเน็ตฟลิกซ์ก็เริ่มจะประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับในเชิงคุณภาพมากขึ้น ๆ อย่างล่าสุดหนังเรื่อง I Don’t Feel at Home in This World Anymore ของ มาคอน แบลร์ ก็สามารถคว้ารางวัลใหญ่ Grand Jury Prize ในสาย U.S. Dramatic จากเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ได้ เมื่อต้นปีค.ศ. 2017 ที่ผ่านมา ก่อนจะเป็นที่ฮือฮาเมื่อทางบริษัทสามารถส่งหนังเข้าประกวดที่คานส์ได้พร้อมกันถึงสองเรื่องดังที่ได้กล่าวไว้

 

            แต่ไม่ว่าจะอย่างไรทั้ง Okja และ The Meyerowitz Stories (New and Selected) ก็ได้รับการจัดฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์อย่างสมเกียรติไม่แพ้หนังเรื่องไหน ๆ รวมทั้งมีการเชิญดารานักแสดงนำอย่าง ทิลดา สวินตัน, เจค จิลเลนฮาล, พอล ดาโน, ดัสติติน ฮอฟฟ์แมน, เอ็มมา ธอมป์สัน, อดัม แซนด์เลอร์ และ เบน สติลเลอร์ มาร่วมตบเท้าเดินพรมแดงกันอย่างคับคั่ง แม้ว่าตอนฉายรอบสื่อหนังเรื่อง Okja จะมีปัญหาในทางเทคนิคเรื่องการปรับสัดส่วนภาพจนทิลดา สวินตัน ศีรษะขาดหล่นขอบจอ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องขอหยุดกลางคันเพื่อเริ่มฉายใหม่ ซึ่งก็เป็นสิ่งสุดวิสัยที่ไม่ได้เกี่ยวพันกับประเด็นพิพาทของเทศกาลแต่อย่างใดเลย

            สำหรับหนังที่เริ่มเผยแพร่ผ่านการสตรีมมิ่งทางช่องเน็ตฟลิกซ์ก่อนเรื่องแรกก็คือ Okja ของผู้กำกับบองจุนโฮ โดยได้ฉายกันไปตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก็เป็นงานผจญภัยแฟนตาซีที่อาจพุ่งเป้าไปที่เด็กและเยาวชนกับคนดูกลุ่มผู้ใหญ่ที่นิยมอะไรจริงจังไปพร้อม ๆ กัน หนังเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเจ้า อ๊คจา สุกรสายพันธุ์ชิลีที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้มีสรีระอวบใหญ่เท่าช้างสาร กับ มิจา (รับบทโดย อันซอฮยุน) เด็กสาวอายุ 13 ปีที่ดูแลอ๊คจามาตั้งแต่ยังเล็ก โดยเธอไม่รู้เลยว่าอ๊คจาเป็นเพียง ‘หมูทดลอง’ ของบริษัทค้าอาหารยักษ์ใหญ่ของ ลูซี มิแรนโด (รับบทโดยทิลดา สวินตัน) นักธุรกิจหญิงที่ต้องการลบล้าง ‘ชื่อเสีย’ ที่บิดาและพี่สาวฝาแฝดของเธอได้ก่อไว้ ด้วยการหลอกให้ทุกคนสบายใจว่าเธอทำธุรกิจด้วยสำนึกอันห่วงใยและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อถึงครบกำหนดการเปิดตัวสุกรยักษ์ที่เติบใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ลูซี มิแรนโด จึงส่งพิธีกรนักสัตววิทยาประจำรายการของบริษัท ดร.จอห์นนี วิลค็อกซ์ (รับบทโดยเจค จิลเลนฮาล) มารับเจ้าอ๊คจาถึงบนยอดภูเขาในชนบทของเกาหลีใต้ เพื่อส่งตัวเจ้าอ๊คจาไปยังกรุงโซลและเดินทางต่อไปเตรียมเปิดตัว ณ มหานครนิวยอร์ก แต่มีหรือที่หนูน้อยมิจาจะยอมให้ใครมาพรากอ๊คจาจากอกไปง่าย ๆ โดยไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจออกเดินทางไปยังกรุงโซลโดยลำพังเพื่อจะได้พบกับเจ้าอ๊คจาแสนรักอีกครั้ง ระหว่างนี้เองที่เธอได้พบกับกลุ่มปฏิบัติการ ALF (Animal Liberation Front-นำทีมโดยพอล ดาโน) ที่ต่อต้านการทรมานสัตว์ในทุกประเภท ซึ่งพวกเขาก็ต้องร่วมมือกับมิจาเพื่ออาศัยเจ้าอ๊คจาเป็นตัวล่อในการเปิดโปงเบื้องหลังธุรกิจอันแสนใจไม้ไส้ระกำของลูซี มิแรนโด ในงานเปิดตัว

 

            จากเนื้อเรื่องง่าย ๆ ที่ไม่มีอะไรซับซ้อนถึงขั้นคาดเดาตอนจบได้ไม่ยาก ผู้กำกับบองจุนโฮก็นำเสนอเนื้อหาออกมาด้วยลีลาอันจัดจ้านในเชิงสไตล์ มุ่งให้เป็นงานผจญภัยแฟนตาซีร่วมสมัยที่เทคโนโลยีต่าง ๆ สามารถอำนวยให้ผู้กำกับสามารถสร้างตัวละครหลักอย่างอ๊คจา ออกมาด้วยบุคลิกและลักษณะทางกายภาพที่น่าเชื่อ ด้วยความหวือหวาวุ้งวิ้งอันนี้เองที่ทำให้ Okja ดูจะเป็นหนังสัตว์ประหลาดที่มีความแปร่งเพี้ยนและหลุดโลกยิ่งกว่างานเก่าของเขาอย่างThe Host (2006) เสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในส่วนของการกำกับการแสดงที่บองจุนโฮเหมือนจะเปิดโอกาสให้ทั้งทิลดา สวินตัน และเจค จิลเลนฮาล ปล่อยของแบบจัดเต็มโดยไม่ต้องเพลายั้งอะไรใด ๆ กลายเป็นคู่ตัวละครที่มีลักษณะของการเป็นตัวการ์ตูนที่ดูเยอะล้นจนกลายเป็นความป่วงฮาที่เข้ากับตัวเรื่องได้ดี โดยมีตัวละครรายอื่น ๆ อย่างมิจา และ แฟรงค์ ดาวสัน (รับบทโดย จิอานคาร์โล เอสโพสิโต) ผู้ช่วยผิวสีของลูซี มิแรนโด ที่มีบุคลิกอันสุขุมคัมภีรภาพมากกว่ามาคอยถ่วงดุลไม่ให้หนังตะแล้ดแต๊ดชึ่งจนกลายเป็นการออกทะเล

            แต่ความหลุดโลกแบบไม่บันยะบันยังอะไรเหล่านี้ ก็อาจทำให้หนังมีการจิกกัดวิพากษ์สังคมบริโภคนิยมร่วมสมัยทุกอย่างทำเพื่อผลกำไร ด้วยท่าทีที่ยังขาดความลึกซึ้งแหลมคมอยู่พอสมควร ทั้ง ๆ ที่บทหนังก็ได้ปูวางประเด็นเอาไว้อย่างดิบดีแล้ว เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้กำกับบองจุนโฮยังพยายามรักษาน้ำเสียงการแดกดันของหนังไม่ให้รู้สึกหนักมือเกินไป จนอาจไม่ตอบสนองความต้องการความบันเทิงของผู้ชมรุ่นเยาว์ หนังจึงยังมีจริตของการเป็นงานฉายทางทีวี ที่จะเล่นจะจาบจ้วงจะอะไรให้แหลกละเอียดเหมือนอย่างที่ผู้กำกับ ริชาร์ด ลิงเคลเตอร์ เคยทำไว้ในการวิพากษ์ที่คล้ายกันจากหนังเรื่อง Fast Food Nation (2006) ไม่ได้ อีกทั้งการใส่ชุดตัวละครรักสัตว์ผ่านกลุ่ม ALF ก็อาจเป็นเรื่องแสลงใจสมาคมคนบริโภคเนื้อทั้งหลายที่ถือเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ เพราะความน่ารักน่าใคร่ของเจ้าอ๊คจาเองก็อาจทำให้หลาย ๆ คนไม่กล้าทานเนื้อหมูไปพักใหญ่ไม่ต่างจากตอนที่หนังเรื่อง Babe (1995) ของ คริส นูแนน ออกฉายจนโด่งดังไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ในส่วนของการขบประเด็นหนังจึงดูจะยัง ‘เล่น’ ได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่นัก แถมตอนจบก็ยังรวบรัดตัดความอย่างมักง่ายเกินไป แทนที่จะปล่อยให้ตัวละครได้ฟาดฟันอุดมการณ์กันมากกว่านี้

            อย่างไรก็ดี ในมิติของการให้ความบันเทิง ก็คงต้องยอมรับเลยว่าผู้กำกับบองจุนโฮเล่าเรื่องราวที่ไม่ได้มีชั้นเชิงอะไรมากมาย ออกมาได้สนุกและจัดจ้านไปด้วยสีสัน ไม่ว่าจะเป็นการลงรายละเอียดของฉากแอ็คชั่นแบบน็อนสต็อปชวนลุ้นได้แบบเกือบตกขอบเก้าอี้ วิธีการสร้างแคแร็กเตอร์ของเจ้าอ๊คจาเองที่ใครเห็นแล้วก็คงต้องยอมใจไปกับความน่าเอ็นดู การออกแบบฉากโรงฆ่าสัตว์อันชวนสลดหดหู่ในช่วงหลัง ไปจนถึงบทพูดติดตลกแบบคม ๆ ปัง ๆ ซึ่งผู้กำกับบองจุนโฮก็ได้มือเขียนบทชาวเวลส์ จอน รอนสัน มาร่วมสร้างสีสันในส่วนภาษาอังกฤษ ซึ่งถ้าไม่ติดว่าบทหนังยังขบประเด็นที่วางไว้ไม่แหลกละเอียดสักเท่าไหร่ Okja ก็ถือเป็นงานแนวบันเทิงที่แข็งแกร่งเกินระดับน่าพอใจ ราวเป็นการบ่งฟ้องว่าถึงจะเป็นหนังฉายออนไลน์ก็ใช่ว่าจะต้องด้อยคุณภาพไปจากหนังโรงใหญ่ เห็นได้จากการมีดาราแถวหน้าระดับเกรดเอมาร่วมชูรสชูโรงกันแบบคับคั่ง

 

            ซึ่งเมื่อมองถึงความดีงามของ Okja ดังที่ได้กล่าวมา ก็สามารถโยงกลับมาสู่คำถามเดิมได้ว่ามันควรค่าที่จะต้องได้รับชมผ่านจอใหญ่ หรือมันอาจเป็นงานบันเทิงที่สามารถสตรีมดูผ่านหน้าจอไม่กี่นิ้วจากที่ไหนก็ได้โดยไม่ถึงกับเสียอรรถรสอะไรนัก แน่นอนว่า ในส่วนของงานภาพและเทคนิคอันละเอียดประณีตผ่านการคิดการออกแบบมาอย่างดี ย่อมต้องมีการสูญพลังไปบ้างหากต้องถ่างตาดูกันจากจอเล็ก ๆ แต่ในส่วนของการเล่าเรื่องราวการผจญภัยของเด็กหญิงกับเจ้าหมูอ๊คจา ก็น่าจะยังจับใจผู้ชมได้โดยไร้อุปสรรคจากขนาดพื้นที่ไม่กี่พิกเซลของหน้าจอ สำหรับผู้เขียนเองที่มีอุดมการณ์สำคัญคือถ้าเรื่องไหนอยากจะดูก็ขอให้ได้ดูเถิดไม่ว่ามันจะมาในรูปแบบไหน จะจอเล็ก จอใหญ่ ระบบเสียง Mega-Multi-Master Surround อะไรหรือไม่ก็จะไม่ขอกระไร เพียงให้หนังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่โดนบีบโดนครอปภาพหรือตัดบางฉากที่ล่อแหลมออกไปก็ยินดีจะหรี่เพ่งม่านตาดูได้หากว่าหนังเรื่องนั้น ๆ อาจไม่สามารถหาดูได้ง่ายจากแหล่งอื่น ๆ จึงไม่คิดว่าจะเป็นการเสียอรรถรสอะไรสักเท่าไหร่ หากจะได้ดู Okja แบบสตรีมมิ่งออนไลน์ตามที่มันถูกดีไซน์มา แต่ถ้ามีโอกาสดูผ่านจอใหญ่ได้ก็ขออย่าได้รอช้า เพราะจะได้เห็นอะไร ๆ แบบเต็ม ๆ ตา เนื่องจากผู้กำกับเองก็ประณีตในเรื่องงานภาพของเขาเหลือเกิน บางครั้งเราเองก็คงต้องเหลียวไปถามบรรดาคนรุ่นใหม่ว่าพวกเขายังนิยมดูหนังกันอยู่มั้ย และพอใจจะดูด้วยวิธีไหน เพราะถ้าหนังสามารถปฏิวัติเปลี่ยนผ่านจากการใช้ฟิล์มมาสู่ยุคที่ทุกอย่างแทบจะเป็นดิจิตอลได้ เราเองก็ควรจะต้องเตรียมรับกับความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ อย่างที่ข้าพเจ้าก็แสนพอใจที่ได้ดูหนังอิตาเลียนสายประกวดจากเทศกาลเวนิสสุดลับแลซึ่งอาจไม่สามารถหาดีวีดีหรือบลูเรย์ พร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษได้ผ่านจอเล็กขนาดเท่าฝ่ามือจากบริการของสายการบินขณะเดินทางไกล โดยไม่ต้องมาฟุ้งฝันร่ำไรว่าจะต้องรอดูจากจอใหญ่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าชาติภพไหนจึงจะมีโอกาส

            แต่สิ่งที่แปลกประหลาดมากที่สุดสำหรับหนังเรื่อง Okja ซึ่งก็น่าเสียดายที่แม้บรรดาสื่อส่วนใหญ่ในเทศกาลคานส์ก็อาจไม่ได้สัมผัสเพราะต้องรีบชิงตัดหน้าวิ่งออกจากโรงไปหาที่ขีดเขียนรายงาน ก็คือการที่หนังมีฉากแถมท้ายหลังจบเอนด์เครดิตนานหลายนาที ชนิดที่ใครที่ไม่ยอมอยู่รอ หรือนั่งสตรีมดูรายชื่อทีมงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องต่อ ก็จะต้องพลาดการติดตามชะตากรรมของตัวละครชุดใหญ่ไปแบบช่วยไม่ได้กันเลยทีเดียว ซึ่งลูกเล่นยียวนกวนโอ๊ยอันนี้ของหนังอย่าง Okja ก็นับเป็นการหักศอกตอกกลับสถานะการเป็นหนังออนไลน์ของตัวมันเองได้อย่างคมคาย ท้าทายโอกาสที่มันอาจไม่ได้ฉายในโรงใหญ่ได้อย่างเจ็บแสบ แน่นอนว่าธรรมเนียมสำคัญของวัฒนธรรมการดูหนังซึ่งคนส่วนใหญ่มักละเลยก็คือเอนด์เครดิต ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของหนัง หากใครที่รีบลุกจากที่นั่งออกจากโรงไปก่อนที่เอนด์เครดิตจะหมดก็ต้องถือว่ายังดูหนังไม่จบดี เพราะมันอาจมีรายละเอียดอื่นใดแฝงไว้ระหว่างหรือหลังจากช่วงเวลาของการให้เกียรติทีมงานส่วนนี้ แต่กับหนังสตรีมมิ่งออนไลน์อย่าง Okja ล่ะ? การมีฉากแถมท้ายหลังเอนด์เครดิตมันจะมีนัยยะไปในทางใด แน่นอนว่าประการหนึ่งก็คือการประกาศก้องว่าหนังออนไลน์ก็สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างอย่างที่หนังโรงพึงจะกระทำได้ (มีหนังโรงร่วมสมัยหลายเรื่องทีเดียวที่ใช้กลเม็ดทีเด็ดหลังเอนด์เครดิต) แต่การนั่งดูผ่านหน้าจอแต่เพียงลำพังมันก็ยังเรียกร้องการรับชมอย่างตั้งใจ ไม่เว้นแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในส่วนเอนด์เครดิตที่ถูกปรับขนาดตัวอักษรให้อยู่ในระดับที่สามารถอ่านจากหน้าจอเล็ก ๆ ได้ ช่องทางในการรับชมจึงอาจไม่สำคัญได้เท่ากับว่าผู้ชมให้คุณค่าและสมาธิกับตัวหนังอย่างเต็มที่ตั้งแต่ต้นจวบจนบรรทัดสุดท้ายมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าคุณให้เกียรติชมผลงานของใคร ๆ กันอย่างใส่ใจ ต่อให้จะชื่นชอบมันหรือไม่ คุณก็ยังจะได้รับ ‘ของขวัญ’ ตอบแทนอันทรงคุณค่าที่คุ้มต่อเวลาที่เสียไปอย่างแน่นอน

'กัลปพฤกษ์'

 

 
Vol. 10 / Issue 122 / Aug 2017
Movie Reviews

All site contents copyright © Since July 2007. All Rights Reserved by Home Media Co., Ltd.

เลขที่ 373 ถนนบอนด์สตรีท ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
โทรศัพท์ 0 2503 4280, 08 6509 7777

 

Home l Contact Us l About Us l Media Play l United Home Entertainment l Catalyst Alliance (Thailand)