Official website for FILMAX : นิตยสารภาพยนตร์รายเดือนคู่มือคอหนัง
Home l Contact Us l About Us l Follow us on : Facebook Twitter
FILMAX

Before I Fall จุดจบคนอยู่เป็น

 

กำกับ: ไร รุสโซ-ยัง เขียนบท: มาเรีย แม็กเจนติ (ดัดแปลงจากนวนิยายของ ลอเรน โอลิเวอร์)
แสดงนำ: โซอี ดุตช์, ฮาลสตัน เซจ, เอเลนา แคมพูริส, โลแกน มิลเลอร์ กำกับภาพ: ไมเคิล ฟิมอกนาริ
ลำดับภาพ: โจ แลนโดเออร์ ดนตรีประกอบ: อดัม เทย์เลอร์ / 2017 / อเมริกา / สี / 98 นาที

 

            นี่คือตารางกิจกรรมประจำวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ของ แซม หรือนางสาว ซาแมนธา คิงสตัน (โซอี ดุตช์)...

            • ตื่นนอนตอน 6.30 น.

            • ลงมาพูดคุยกับพ่อแม่และน้องสาว

            • ลินด์ซีย์ (ฮาลสตัน เซจ) เพื่อนสนิทของเธอขับรถมารอรับไปโรงเรียน และแวะรับเพื่อนอีกสองคนคือ แอลลี (ซินธี วู) กับ อิโลดี (แมดาเลียน ราฮิมิ) ที่แจกถุงยางอนามัยให้เธอไว้ใช้กับ ร็อบ (เคียน ลอว์ลีย์) แฟนหนุ่มที่นัดหมายว่าจะ ‘เปิดซิง’ กันในงานปาร์ตี้คืนนี้

            • รับดอกกุหลาบจำนวนมากจากชายหนุ่มเนื่องในวันคิวปิด รวมถึงจาก เคนต์ (โลแกน มิลเลอร์) เพื่อนตั้งแต่วัยเด็กที่ดูเนิร์ดและไม่ฮ็อตเอาเสียเลย...เฮ้อ

            • รับประทานอาหารกลางวันกับแก๊งเพื่อนสาว พลางแซวเชิงเหยียดหยาม จูเลียต (เอเลนา แคมพูริส) นักเรียนร่วมชั้นท่าทางประหลาดและดูจิต ๆ ที่เข้ามารับประทานอาหารในโรงอาหารเช่นกัน

            • ไปร่วมงานปาร์ตี้ใหญ่ซึ่งจัดขึ้นที่บ้านของเคนต์ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เปิดซิงดังหวังเพราะร็อบเมามาก

            • เป็นสักขีพยานในเหตุการณ์ที่จูเลียตบุกเข้ามาทำลายงานปาร์ตี้ โดยโผล่เข้ามาเปิดศึกด่าทอตบตีกับลินด์ซีย์และเพื่อนในกลุ่มราวกับเก็บกดจากการถูกเหยียดหยามมานาน แซมเข้าข้างลินด์ซีย์ไปตามน้ำ ก่อนที่จูเลียตจะถูกลากออกไปจากงาน

            • นั่งรถกลับบ้านกับลินด์ซีย์และชาวคณะ และประสบอุบัติเหตุจนตาย!

            แซมตื่นขึ้นมาในห้องนอนตัวเอง ในเวลา 6.30 น. เหมือนเดิม ด้วยเสียงตั้งปลุกเสียงเดิม เหตุการณ์ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิม ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เช่นเดิม แต่เธอคิดว่าสิ่งที่เหมือนว่าเกิดขึ้นเมื่อคืนคือฝันไป จึงออกไปใช้ชีวิตอย่างงุนงง ก่อนที่เธอจะตายอีกครั้งในสถานการณ์เดิมและเวลาเดิม

            แซมตื่นขึ้นมาในห้องนอนตัวเองอีกครั้ง และในเมื่อทุกอย่างยังเหมือนเดิมเป็นครั้งที่สาม เธอจังพยายามจะทำอะไรที่แตกต่างออกไปด้วยการเลี่ยงไม่ไปงานปาร์ตี้ ซึ่งทำให้เธอและเพื่อนรอดชีวิตจริง ๆ แต่ทว่าก่อนรุ่งสาง กลับมีข่าวว่าจูเลียตคือผู้ที่เสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้แซมหลุดพ้นจากลูปนรกนี้ได้ เธอยังตื่นขึ้นมาในวันเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนตัดสินใจลองทำตัวเป็นคนแรง ๆ ที่ไม่ถนอมน้ำใจใครทุกคนเพื่อที่จะพบว่ามันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

            ในรอบนี้ แซมมีโอกาสได้คุยกับ แอนนา (ลีฟ ฮิวสัน) เพื่อนร่วมห้องลุคห้าวที่ถูกแก๊งลินซีย์แซวในประเด็นรักเพศเดียวกันมาโดยตลอด ซึ่งดูเหมือนแอนนาจะปลงแล้วกับการถูกกลั่นแกล้งมาอย่างต่อเนื่องยาวนานนี้ เธอคิดเพียงว่าถึงจุดหนึ่ง ชีวิตไฮสคูลก็จะผ่านไปโดยไม่มีใครกลับมาจดจำอะไรอีก แม้ทุกวันนี้การกลั่นแกล้งดูจะเกิดขึ้นซ้ำ ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุดราวกับเธอตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตในวันเดิมทุก ๆ วันก็ตาม

 

            นับถึงตรงนี้ของหนัง ก็ต้องบอกว่า Before I Fall เป็นหนังที่ใช้เงื่อนไขการวนซ้ำของเวลาได้สอดรับกับสิ่งที่เรื่องราวต้องการจะบอกได้เป็นเนื้อเดียวกันมาก จากการที่แซมเริ่มตระหนักถึงใจของแอนนาว่าคนที่โดนกลั่นแกล้งเป็นประจำก็เหมือนกำลังใช้ชีวิตอยู่ในลูปซ้ำ ๆ ไม่ต่างอะไรกับที่เธอกำลังประสบอยู่ หากแต่น่าเสียดายที่ความคมคายนี้ถูกบั่นทอนด้วยการที่หนังพูดถึงประเด็นดังกล่าวด้วยลีลาที่แสนจะทื่อ ราวกับเห็นผู้ชมเป็นลูกนกที่ต้องเคี้ยวอาหารให้ก่อนที่จะป้อนจนถึงปากกันโดยตรง

            จึงมีเปอร์เซ็นต์สูงมากที่หลายคนจะรู้สึกสะดุ้งเป็นพัก ๆ กับการถูกย้ำประเด็นตลอดเวลาระหว่างชม อาทิเช่น การที่แซมหลงเข้าไปในห้องนอนของเคนต์แล้วพบว่ามีรูปที่มีตัวหนังสือว่า ‘จงเป็นตัวของตัวเอง’ แปะอยู่บนผนัง บทสนทนาสำคัญกับแอนนาเมื่อแซมเริ่มตระหนักถึงความรู้สึกของคนที่เธอเคยแกล้งแล้ว เธอก็พูดชี้นำประเด็นออกมาอย่างลิงโลดทันที หรือแม้กระทั่งเสียงบรรยายของแซมที่หยอดมาตลอดทั้งเรื่อง ก็ทำให้ผู้ชมไม่ต้องคิดอะไรต่อกันอีกแล้ว

            ยิ่งเมื่อมองลึกลงไปถึงตัวละครต่าง ๆ เราจะพบว่าหนังได้ทำการ ‘จัดประเภท’ ให้พวกเขาอย่างชัดเจนเสียจนมิติความเป็นมนุษย์จางหายไป โดยแก๊งเพื่อนสาวถูกวางให้เป็นตัวละครที่มองว่าตัวเองคือคนปกติด้วยการเหยียดคนอื่น ในขณะที่คนอย่างเคนต์, จูเลียต และแอนนา ถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด ขณะที่แซมคือตัวละครสีเทา ๆ แทนผู้ชมที่เหมือนกำลังอยู่ผิดที่ผิดทาง แต่ก็ทำตัวตามน้ำไปเพื่อให้อยู่ในวงสังคมเพื่อนให้ได้ และหลังจากที่เธอเริ่มตระหนักถึงจิตใจของเพื่อนคนอื่นและมองพวกเขาในฐานะของการเป็นมนุษย์เท่ากัน แซมก็เข้าสู่ช่วงเวลาของการไถ่บาปด้วยการกลับไปทำดีกับ ‘ตัวประหลาด’ เหล่านั้นในลูปวันต่อ ๆ ไป

            ซึ่งอันที่จริงก็เหมือนจะน่าสนใจดีที่การจัดประเภทชัดเจนนี้ ทำหน้าที่เสมือนการลวงผู้ชมให้เข้าไปมีมุมมองต่อเพื่อนร่วมโลกด้วยวิธีคิดแบบเดียวกันกับกลุ่มของลินด์ซีย์ ก่อนที่จะตลบความรู้สึกกลับในภายหลัง แต่การชี้นำจนเกินกว่าเหตุของหนังก็ไม่เปิดช่องให้ผู้ชมเข้าไปมีประสบการณ์ร่วมหรือขบคิดกับมันได้อยู่แล้ว มันจึงเหมือนเป็นวิธีการที่ค่อนข้างล้มเหลว

            แต่เมื่อหนังจบลงอย่างหวาน ๆ และผู้ชมถูกเรียกสติกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง สิ่งหนึ่งที่น่าคิดต่อไปคือ การพยายามดิ้นรนหลุดออกจาก ‘ตัวตนปลอม ๆ’ ที่เกิดขึ้นเพื่อเข้าสังคมของแซมเพื่อเดินทางไปสู่ตัวตนที่แท้จริงในการเป็นคนดีนั้น เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้กำลังทำให้เธอ ‘ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง’ อยู่?

            ถึงจะมีเจตนาที่ดีที่ว่าด้วยการต่อต้านการกลั่นแกล้งทางจิตใจ แต่การที่หนังเปลี่ยนแซมให้กลายเป็นคนที่ดีขึ้นด้วยการใช้ข้ออ้างว่า ‘จงเป็นตัวของตัวเอง’ มันคงไม่ยุติธรรมเท่าไร ที่เราจะไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วแซมเป็นคนอย่างไร หรือว่าการที่เธอเป็นคน ‘อยู่เป็น’ แบบนี้นี่แหละคือการเป็นตัวของตัวเองในเนื้อแท้ของจิตใจโดยไม่รู้สึกอึดอัดอะไร ซึ่งก็น่าขบคิดต่อไปอีกว่าหากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เธอก็กำลังทำตัว ‘อยู่เป็น’ กับผู้ชมเพียงเพื่อที่จะพูดประเด็นที่บทเขียนมาเพียงเท่านี้หรือเปล่า?

            ซึ่งนั่นจะทำให้ลูปแห่งการไถ่บาปของเธอ กลายเป็นลูปนรกที่แท้ จากการที่เธอไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้เลยแม้แต่วันเดียว

ชาคร ไชยปรีชา

 

 

            ดูเหมือนไม่มีทางที่ใครจะเอ่ยถึงหนังเรื่อง Before I Fall แล้วไม่อ้างถึงหนังเรื่อง Groundhog Day (1993) ของ แฮโรลด์ เรมิส ในฐานะที่มีโครงสร้างการเล่าเรื่องคล้ายคลึงกัน อีกทั้งชื่อของหนังเรื่องหลังก็ได้กลายเป็นศัพท์แสงที่คนในสังคมใช้สื่อสารในความหมายถึง ‘ชีวิตที่วนเวียนซ้ำซากจำเจ หรือการติดอยู่ในกับดักของกาลเวลา’ ข้อสำคัญ หนังของแฮโรลด์ เรมิส ก็ดูสนุก ตลก โรแมนติก เปี่ยมด้วยไหวพริบปฏิภาณ และโดยที่ไม่ต้องสังเวยความหนักแน่นและรัดกุมของหนังให้กับการบิลด์อารมณ์อย่างไม่ลืมหูลืมตา

            อาจกล่าวได้ว่าหนังเรื่อง Before I Fall ประสบความสำเร็จเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของหนังเรื่อง Groundhog Day อันได้แก่การนำเอาหนังแบบ Mean Girls เข้าไปผสมผสานกับกรอบเนื้อหาที่ว่าด้วยการตกไปในหล่มของวันคืนที่ไม่ยอมหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านสักที ด้วยจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ชมได้ทบทวนหลายสิ่งหลายอย่าง (ที่ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่สักเท่าใด) ไปพร้อม ๆ กัน อาทิ ความเลวร้ายของการบุลลี (ซึ่งว่าไปแล้ว เป็นส่วนที่คล้ายกับซีรีส์เรื่อง 13 Reasons Why อยู่พอสมควร) คุณค่าของการมีชีวิต ไปจนถึงการค้นหาความเป็นตัวเอง แต่ส่วนที่ทำให้ศูนย์ถ่วงของหนังซวนเซ ได้แก่ราว ๆ ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายที่ตัวเอกของเรื่องพยายามจะเล่นบทแม่ชีเทเรซา (ภายในระยะเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง) ด้วยการช่วยเหลือให้ทุกคนได้มีชีวิตที่ครบถ้วนสมบูรณ์มากขึ้น และการหันเหไปสู่โหมด ‘โลกสวย’ ก็นำพาให้หนังสูญเสียสัมผัสของความน่าเชื่อถือและสมจริงอย่างน่าเสียดาย

ประวิทย์ แต่งอักษร

 

 
Vol. 10 / Issue 122 / Aug 2017
Movie Reviews

All site contents copyright © Since July 2007. All Rights Reserved by Home Media Co., Ltd.

เลขที่ 373 ถนนบอนด์สตรีท ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
โทรศัพท์ 0 2503 4280, 08 6509 7777

 

Home l Contact Us l About Us l Media Play l United Home Entertainment l Catalyst Alliance (Thailand)