Official website for FILMAX : นิตยสารภาพยนตร์รายเดือนคู่มือคอหนัง
Home l Contact Us l About Us l Follow us on : Facebook Twitter
FILMAX

เปาวลี พรพิมล : ร่างทรงคนล่าสุดของราชินีเพลงลูกทุ่ง "พุ่มพวง ดวงจันทร์"

 

            “รู้สึกดีใจมาก ๆ เป็นเกียรติมาก ๆ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้แสดงภาพยนตร์ ยิ่งได้รับบทเป็นแม่ผึ้ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ซึ่งเป็นราชินีลูกทุ่งที่คุ้นเคยและศรัทธามาตั้งแต่เด็ก ๆ ก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาเป็นคนถ่ายทอดชีวิตของแม่ผึ้งให้ทุกคนได้ดูกัน

            “หนูเป็นเด็กสุพรรณ ประกวดร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก ๆ ล่าสุดคือรายการ ‘คว้าไมค์ คว้าแชมป์’ ทำให้โอกาสที่จะเป็นศิลปินนักร้องเต็มตัวใกล้เข้ามา ทีนี้ อากริช ทอมัส เห็นความสามารถเลยทาบทามให้ไปเป็นนักร้องในสังกัดแกรมมี่โกลด์ เซ็นสัญญาได้ประมาณสองอาทิตย์ อยู่ ๆ พี่ทีมงานที่แกรมมี่โกลด์ก็โทรมาบอกว่าอยากจะให้มาลองแคสต์หนังดู ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าหนังเรื่องอะไร พอมาแคสต์เขาก็ให้ร้องเพลงของแม่ผึ้งสามเพลง แล้วก็ให้บทมาประมาณสามหน้า ตอนนั้นก็ยังแสดงอะไรไม่เป็นเลยค่ะ (หัวเราะ) ก็แสดงเท่าที่จะแสดงได้ แคสต์ครั้งแรก ร้องเพลงผ่าน แต่การแสดงไม่ผ่าน ทางผู้ใหญ่ก็เลยให้ไปเรียนการแสดงเพิ่มเติมกับครูการแสดงในระยะสั้น ๆ ระยะหนึ่ง เผื่อว่าถ้าเกิดเรียนแล้วดีขึ้นก็ลองไปแคสต์ดู แล้วก็ไปแคสต์ครั้งที่สองแล้วก็ผ่าน

            “ตอนที่ประกวด เพลงส่วนใหญ่ที่ร้องก็จะเป็นเพลงของแม่ผึ้ง มีเพลงของคนอื่นบ้าง แต่ที่เยอะ ๆ เลยก็จะเป็นเพลงของแม่ผึ้งค่ะ ชอบอยู่แล้ว และเพลงของแม่ผึ้งจะเป็นเพลงที่นักร้องประกวดรู้กันเลยว่าเป็นเพลงที่โชว์พลังเสียง โชว์ลูกเอื้อนและอารมณ์บทเพลงได้ยากที่สุด มันเหมือนกับเป็นความท้าทายของนักร้องลูกทุ่ง ว่าจะกล้านำบทเพลงนี้มาประกวดกันหรือเปล่า

            “ชอบเพลงของแม่ผึ้งหลายเพลงค่ะ (หัวเราะ) แต่เพลงที่ใช้ประกวดบ่อย ๆ ก็มีเพลง ‘นักร้องบ้านนอก’ ‘ใครมีปืนเถื่อน’ อะไรอย่างนี้น่ะค่ะ อย่างเพลงนักร้องบ้านนอกเนี่ยมันเป็นคำที่ใช้ในหนังเรื่องนี้ด้วย ‘ไม่เด่นไม่ดัง จะไม่หันหลังกลับไป’ พอหนูมาเล่นหนังเรื่องนี้ก็ได้อะไรหลาย ๆ อย่างที่จะไปปรับใช้ในการทำงานของเราด้วย

            “เรื่องร้องเพลงนี่พอได้อยู่ แต่เรื่องการแสดงนี่ก็รู้สึกกดดันเหมือนกัน แต่พอได้มาเล่นจริง ๆ แล้ว พี่ ๆ ให้โอกาส ไม่เร่งรีบกับการทำงาน พี่อ๊อด บัณฑิต ทองดี พี่ ๆ นักแสดงคนอื่น ๆ ก็ค่อยเป็นค่อยไปกับหนู ช่วย ๆ กันสอน ถ้าเกิดมีอะไรติดขัดยังไม่ได้จริง ๆ ก็จะบอกว่า ไม่เป็นไร ลองทำอย่างนี้ดู ก็จะมีแต่คำแนะนำมาให้ตลอด ก็เลยทำให้คลายความเครียดไปได้ เพราะว่ามีกำลังใจ คำแนะนำดี ๆ จากพี่ ๆ น่ะค่ะ

            “การร้องเพลงและบุคลิก ท่าทาง การเต้นของแม่ผึ้งในหนัง หนูก็ต้องศึกษาจากคอนเสิร์ตที่แม่ผึ้งเล่น ตามยูทูป ตามซีดีคอนเสิร์ต ศึกษามากยิ่งขึ้น ซ้อมหนักมากขึ้น จากที่เคยร้อง เราก็ต้องทำให้ดีกว่าเก่า เพราะว่าเราจะต้องมาเป็นผู้ถ่ายทอดชีวิตของแม่ผึ้ง เราก็ต้องทำให้ดี ทำให้ละเอียดที่สุด ก็ต้องดูท่าทาง ซ้อมเต้นตาม

            “สำเนียงแบบที่ได้ยินในหนังนี่จริง ๆ ปรับแล้วนะคะ (ตัวจริงที่เหน่อสุพรรณได้เป็นธรรมชาติและน่ารักเอามาก ๆ) แม่ผึ้งจะเหน่อบ้างนิดหน่อย เพราะเขาเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่เด็ก ๆ ที่ได้ฟังได้ดูมาแม่ผึ้งก็จะไม่เหน่อมาก จะออกกลาง ๆ ซะด้วยซ้ำ เราก็เลยต้องพยายามไม่ให้เหน่อมาก (หัวเราะ) ต้องปรับให้กลางมากขึ้น แต่ตัวจริงเหน่ออย่างนี้แหละ พูดมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว (หัวเราะ) อย่างเวลาร้องเพลงประกวด ถ้าใส่เหน่อได้หนูก็จะพยายามใส่เข้าไป เพราะมันจะได้เป็นเอกลักษณ์ของเรามากขึ้น จะได้ดูน่ารักมากขึ้น (หัวเราะ)

            “หนังจะเริ่มต้นตั้งแต่เป็นเด็กหญิงน้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย ที่มีความฝันอยากเป็นนักร้องลูกทุ่ง แล้วก็ทำตามความฝันของตัวเอง ก็เล่นตั้งแต่ช่วงเด็ก ก่อนเข้าวงการ เข้าวงการ แล้วก็ช่วงที่ดัง ยาวเหมือนกันค่ะ ก็ถือว่ายากมาก ๆ เราก็ต้องค่อย ๆ ปรับน่ะค่ะ ในการถ่ายทำคือเขาจะสลับซีน วันหนึ่งก็จะมีเด็ก แล้วก็ผู้ใหญ่ ก็จะคอยถามพี่อ๊อดว่า อันนี้ต่อจากอะไร มาก่อนอันไหน จะได้ต่ออารมณ์กัน อย่างในตอนที่เป็นเด็ก ๆ ก็เป็นตัวของตัวเราได้ เพราะว่าเรามาจากสุพรรณเหมือนกัน ตรงนั้นเราก็ใช้ส่วนของเราไป แต่ตอนที่เข้ามาในวงการแล้ว เข้ามาในกรุงเทพฯ แล้ว เราก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เราก็ต้องศึกษาว่า ถ้าเกิดเราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เราจะต้องทำตัวยังไง คิดยังไง ก็ต้องทำการบ้านมาจากบ้านเลย ก็เล่นตั้งแต่เด็กจนถึงอายุ 27 เลย ก็ต้องเคร่งเครียดกับการทำงานเพิ่มขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น แล้วตอนนั้นแม่ผึ้งเป็นหัวหน้าวงด้วย เราก็ต้องคิดว่า ถ้าเกิดเรามีวงของเรา เราก็ต้องคุมลูกน้องให้อยู่ ก็จะเครียดขึ้น

            “กับพี่ป๋อนี่ต้องเล่นด้วยกันทั้งเรื่องเลยค่ะ ตื่นเต้นมาก (หัวเราะเขิน) พี่ป๋อเป็นดาราชื่อดัง เราอยู่บ้านก็ดูละครของพี่เขามาตลอด ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้เจอตัวจริง (หัวเราะ) แล้วต้องมาเล่นคู่กัน วันแรกก็ยังไม่กล้าเข้าไปคุยอะไรกันมาก ทีนี้พี่ป๋อเห็นว่าเราเกร็ง ก็เลยเข้ามาคุยก่อน มาให้หนูร้องเพลงให้ฟัง เหมือนกับจะทำความรู้จักกันมากขึ้น พอได้คุยกันแล้ว พี่ป๋อเป็นคนตลกมาก ๆ ใจดี เหมือนเป็นครูของหนูอีกคน เพราะว่าเขาจะช่วยสอนเทคนิคต่าง ๆ ช่วยสอนอารมณ์ในแต่ละฉากด้วย เวลามีฉากที่เล่นด้วยกัน เหมือนเขาส่งอารมณ์มาได้ดีมาก ๆ เลย

            “หนูก็พยายามถ่ายทอดออกมาให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับท่านผู้ชมว่ามีความคิดเห็นยังไง (ยิ้ม) อยากฝากถึงแฟนเพลงของแม่ผึ้ง คนที่มีใจรักด้านเสียงเพลงลูกทุ่ง และก็คนที่มีความฝัน แต่อาจจะยังไม่ประสบผลสำเร็จ ก็อย่าเพิ่งท้อ อยากให้มาดูหนังเรื่อง ‘พุ่มพวง’ ดูชีวิตแม่ผึ้งเป็นตัวอย่าง เพื่อที่จะสู้ต่อไป มุ่งมั่นทำความฝันต่อไปจนสำเร็จค่ะ (ยิ้ม)”

 

 

บทความจาก

ฉบับที่ 49

 
 
Vol. 8 / Issue 90 / Dec 2014
Feature เรื่องอื่นๆ

All site contents copyright © Since July 2007. All Rights Reserved by Home Media Co., Ltd.

เลขที่ 333/22 ซอยประชาชื่น 10 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0 2954 1241-2 , 08 6509 7777 โทรสาร 0 2954 1241-2

 

Home l Contact Us l About Us l Media Play l United Home Entertainment l Catalyst Alliance (Thailand)